เมื่อมองย้อนกลับไปที่ผลงานของผู้กำกับเดวิด เยโรเวสกี กับ Brightburn ที่ว่าด้วยเด็กจากนอกโลกที่มีพลังพิเศษเฉกเช่นซูเปอร์แมน แต่กลายเป็นว่ายิ่งเขาเริ่มเติมโตขึ้นวีรกรรมของเขาแทนที่จะคอยช่วยเหลือคนอื่น กลับกลายเป็นว่าเขาใช้พลังพิเศษในการเข่นฆ่าผู้คนในชุมชน ลามเลยไปถึงขั้นกลายเป็นภัยคุกคามคนในครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องผู้กำกับสามารถสร้างความหวาดระแวงให้กับผู้ชม เกิดความรู้สึกต่อตัวละครเด็กที่หน้าตาดูไร้พิษภัยให้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในทันที

ด้วยความโดดเด่นของสไตล์การทำหนังสยองขวัญระทึกขวัญกับตัวละครเด็ก น่าจะเป็นโจทย์สำคัญที่เดวิด เยโรเวสกี เข้ามาควบคุมดูแลทิศทางของ Nightbooks ให้มีกลิ่นอายความน่ากลัวในระดับผู้ใหญ่ดูได้ เด็กไม่กลัวจนร้องจ๊าก เนื้อเรื่องว่าด้วยเด็กชายอย่างอเล็กซ์ โมเซอร์ (เฟกลีย์ วินสโลว์) เด็กชายสไตล์เนิร์ดสวมแว่นที่คลั่งไคล้นิยายสยองขวัญเข้าเส้น จนตัวเองสามารถแต่งเรื่องราวระทึกขวัญเป็นของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาได้ยินพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องที่ตัวเองมีพฤติกรรมแต่งนิยายที่ดูจะไม่เหมาะสมกับวัย ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นตัวปัญหาของครอบครัว ส่งผลให้อเล็กซ์หมดความสุขที่จะเขียนหนังสือและตัดสินใจเอาผลงานของตัวเองทั้งหมดไปเผาทิ้ง

ระหว่างกำลังกดลิฟต์ลงไปยันชั้นใต้ดินเพื่อเผาทำลายนิยายของตัวเอง ลิฟต์ตัวนี้ได้ไปหยุดจอดกลางทาง เขาก็พบว่าตัวเองถูกแม่มดนาตาชา (คริสเตน ริตเตอร์) ล่อลวงให้เข้าไปติดอยู่ในห้องพักของเธอ พร้อมกับตั้งกฎสุดโหดว่าหากอเล็กซ์ไม่แต่งเรื่องราวสยองขวัญมาเล่าให้เธอฟังทุกวัน เขาก็จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปและจะถูกกำจัดทิ้ง

ในห้องพักของนาตาชาที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์เดียวกันกับอเล็กซ์เอง แต่ด้วยเวทมนตร์ที่ถูกร่ายเอาไว้ทำให้สถานที่แห่งนี้ไร้ทางออก อเล็กซ์ยังได้พบกับยัสมิน (ลิเดีย จูเว็ตต์) เด็กหญิงผิวสีที่ถูกแม่มดนาตาชาจับตัวไว้เพื่อใช้แรงงาน ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางรอดชีวิตและพยายามออกไปจากการถูกจองจำในครั้งนี้ให้ได้

นอกจากเรื่องราวการเอาตัวรอดของเด็กน้อยแล้ว สิ่งที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้คือการให้ความสำคัญกับตัวเอกของเรื่องที่หลงใหลในเรื่องราวของวรรณกรรมไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพยนตร์ หรือซีรีส์ ซึ่งเห็นได้จากองค์ประกอบแวดล้อมของตัวละครไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ที่ผนังห้อง หรือพฤติกรรมในการสืบค้นข้อมูลของอเล็กซ์เอง เหล่านี้ทำให้ผู้ชมเห็นว่าความ “ใฝ่รู้” ในการหาข้อมูลเอาไว้ในคลังสมอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กอย่างเขาสามารถเอาชีวิตรอดได้ในตอนท้าย

ความชื่นชอบในเรื่องราวสยองขวัญของเด็ก ที่โดนมองว่าไม่ปกติ บางครั้งสิ่งที่พวกเขาอ่าน เสพย์ หรือหลงใหล ท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพียงเป็นความบันเทิงไร้สาระ แต่ Nightbooks แสดงให้เห็นว่า องค์ความรู้ที่อเล็กซ์สั่งสมมาทำให้เขา “รอดตาย” ได้ในที่สุดนั่นเอง