เด็กรุ่นใหม่ที่กรี๊ดกับแฟรนไชส์อย่าง The Kissing Booth และไตรภาค To All the Boys อาจจะเกิดไม่ทันหนังยุคปลาย 90 อย่าง She’s All That ที่จัดได้ว่าเป็นหนังรอมคอมที่ดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง Kiss Me ของวง Sixpence None The Richer ซึ่งดังข้ามกาลเวลามาถึงยุคปัจจุบัน ส่วนนักแสดงนำของเรื่องในยุคนั้นอย่างเฟรดดี้ พรินซ์ จูเนียร์ และเรเชล ลีห์ คุ๊ก ถือว่าเป็นดาราวัยรุ่นในยุคนั้นที่ป๊อปปูลาร์มาก โดยเฉพาะฝ่ายชาย

กลับมาที่ He’s All That บอกเล่าเรื่องราวของแพตเจต ซอว์เยอร์ (แอดดิสัน เร) อินฟลูแอนเซอร์คนดังในโลกโซเชียล ที่กำลังประสบปัญหาสติแตก หลังจากที่เธอพบว่าแฟนหนุ่มของตัวเองนอกใจไปคั่วกับแดนเซอร์ ความซวยคือระหว่างที่แพตเจตวีนแตกแฟนตัวเอง เพื่อนของเธอดันไลฟ์ออนไลน์จนทำให้ สปอนเซอร์รายใหญ่ถอนตัว แถมยอดฟอลโลเวอร์ยังตกฮวบอีกต่างหาก

แพตเจตตัดสินใจรับคำท้าของอัลเดน (แมดดิสัน แพตติส) ว่าเธอจะต้องหาหนุ่มเห่ยในไฮสคูลมาชุบตัวใหม่ ปั้นเขาให้ดังจนกลายเป็น “คิง” ประจำงานพรอมให้ได้ และหวยก็ไปออกที่คาเมรอน (แทนเนอร์ บูแคนัน) หนุ่มจอมขวางโลกที่ดูไม่ชอบเข้าสังคมอย่างรุนแรง ทว่าหลังจากที่แพตเจตได้ลงไปคลุกคลีและสัมผัสกับคาเมรอน เธอกลับพบว่าภายใต้ความเห่ยและดูเซอร์สุดขั้วนี้ แท้ที่จริงแล้วเขาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มีจิตใจที่ดีงาม จนตัวเธอเองก็เกิดความหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้กับเขา

สิ่งที่น่าสนใจใน He’s All That คือการหยิบเอาประเด็นเรื่องการสร้างตัวตนในโลกโซเชียลของแพตเจต ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เธอไม่ใช่คนรวยใช้สินค้าแบรนด์เนม แต่เธอสารภาพกับคนดูว่าความปังของเธอที่ชาวโซเชียลได้เห็นนั้นเป็นผลมาจากได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ เพื่อใช้ช่องทางออนไลน์ในการโปรโมทสินค้า และแน่นอนว่า “ตัวตนบนโลกออนไลน์” คือแหล่งรายได้ของเธอเองเช่นกัน

น่าเสียดายที่หนังดูเหมือนจะไม่ได้เน้นความสำคัญในเรื่อง “ตัวตน” และการยอมรับความสมบูรณ์แบบของมนุษย์ สักเท่าไหร่ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตลอดทั้งเรื่อง He’s All That พยายามทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างตัวนางเอกและพระเอกไปพร้อมๆกัน ทุกอย่างในหนังถูกขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วตามสูตรสำเร็จหนังรอมคอมที่ไม่มีอะไรเหนือเมฆ และไม่ได้เน้นย้ำประเด็นหลักของเรื่องเท่าที่ควร พอหนังเดินไปสู่บทสรุปเลยกลายเป็นว่าทุกอย่างถูกจับยัดเข้าปากตัวละครให้หนังสามารถจบลงแบบสวยๆได้ก็เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามข้อดีประการสำคัญคือ He’s All That เป็นหนังที่ยังคงดูสนุก เพลินๆ เนื่องจากคาแรกเตอร์ตัวละครในเรื่อง ค่อนข้างเปี่ยมสีสันและมีชีวิตชีวา แม้ดูจบแล้วจะไม่เหลืออะไรให้ค้างคาความทรงจำสักเท่าไหร่ก็ตามที อ๋ออาจจะมีตอนที่พระเอกหนุ่มอย่างคาเมรอน ไปลองชุดและถอดเสื้อโชว์กล้ามและซิคแพค ฉากนั้นอาจจะกลายเป็นภาพจำที่ดีที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้ก็เป็นได้